ลงมือปฎิบัติเพือทำให้สุขภาพของคุณแข็งแรง


 สุขภาพแข็งแรงได้อย่างไร เรียนรู้แล้วลงมือทำ สะสมความสำเร็จทุกวัน

ศึกษาความรู้แล้วให้ความรู้กับคนว่าจะสร้างปันผลถาวรที่ควรจะได้รับได้อย่างไร  อยากได้มากกว่านั้นต้องทวีคูณงานอย่างไรจึงจะได้ สร้างอย่างไรให้เสร็จสิ้นในระยะเวลา 3 - 5 ปี โดยไม่ต้องกลับมาทำอีกพร้อมทั้งหากจะได้มากกว่าจะต้องทวีคูณงานอย่างไร ใครคือผู้โชคดีที่ควรจะได้รับโอกาส ได้รับการสอนให้เป็นเจ้าของธุรกิจมืออาชีพจากคุณ 

5 วิธีดูแลสุขภาพ ทำแล้วชีวิตดีขึ้น

ในทุกๆ วัน ล้วนเป็นโอกาสในการดูและสุขภาพให้แข็งแรง แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและหันมาใส่ใจตัวเองด้วย วิธีดูแลสุขภาพ ที่เหมาะสม วันนี้ขอนำเสนอเทคนิคการดูแลสุขภาพดี ๆ ทำตามได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก แต่สร้างความแข็งแรงให้ร่างกายและใจอย่างแน่นอน

1.พักผ่อนให้เพียงพอการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอและมีความสุข เป็นส่วนหนึ่งของการมีสุขภาพจิตใจ และสุขภาพร่างกายที่ดีและแข็งแรง ทางที่ดีควรนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง ต่อวัน เพื่อให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายสามารถทำงานได้อย่างปกติ เพราะร่างกายจะได้รับการซ่อมแซมและฟื้นฟูอย่างเต็มที่

2.ออกกำลังกายการออกกำลังกายช่วยทำให้ สุขภาพดี ได้มากกว่าที่คิด เพราะช่วยให้ร่างกายสดใสแข็งแรง พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันให้ดียิ่งขึ้นและห่างไกลจากโรคภัยอีกด้วย

3.เลือกรักประทานอาหารอาหาร ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญต่อร่างกาย เราควรเลือกรับประทานของดีมีประโยชน์ในปริมาณที่พอเหมาะ  จะช่วยให้สารอาหารเข้าไปพัฒนาและซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ และควรลดอาหารที่มีไขมันเยอะ

4.ดื่มน้ำให้มาก น้ำ คือส่วนประกอบที่สำคัญในร่างกาย  ในระหว่างวัน เราสูญเสียพลังงานและน้ำไปกับการทำกิจกรรมต่าง ควรดื่มน้ำระหว่างวันให้เพียงพอ ผู้หญิงควรดื่ม 8-9 แก้วต่อวัน และผู้ชายควรดื่ม 12-13 แก้วต่อวัน น้ำจะเข้าไปปรับสมดุลการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย และยังทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้น

5.พักสายตาจากการเสพสื่อโซชียลการจ้องจอสมาร์ตโฟน จอทีวี หรือจอคอมพิวเตอร์ เพื่อเสพสื่อโซเชียล จะส่งผลให้กล้ามเนื้อดวงตาเมื่อยล้า ตาแห้ง ดังนั้นเราควรพักสายตาเป็นระยะ โดยการหันไปมองวิวข้างนอก ก็จะช่วยให้ทำให้สดชื่นและลดอาการล้าจากดวงตาได้เพราะสุขภาพที่ดี ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในวันเดียว ใครที่อยากมีสุขภาพดีต้องหมั่นดูแลด้วย 5 วิธีนี้กันนะคะ และการวางแผนสุขภาพของตนเอง และคนที่คุณรักจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เสริมความปลอดภัยเพิ่มความอุ่นใจด้วย ประกันสุขภาพเมืองไทยจัดหนัก หมดห่วงยามเจ็บป่วย และช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาฯ ไม่เป็นภาระของคนข้างหลัง


อาหารเช้าที่มีประโยชน์เป็นมื้อที่สำคัญสำหรับทุกเพศทุกวัย เพราะนอกจากจะช่วยให้รู้สึกมีสมาธิ ตื่นตัว และรักษาสมดุลของอารมณ์แล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงเรื่องโรคเรื้อรัง อย่างโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต โรคเกี่ยวกับสมอง โรคนิ่วอีกด้วย ดังนั้นทุกคนจึงควรให้ความสำคัญกับอาหารเช้า โดยเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารครบถ้วน และเสริมด้วยอาหารเสริมโปรตีนสูงก็จะช่วยให้สุขภาพดีขึ้นในระยะยาว

โพรไบโอติก…ตัวช่วยดูแลสุขภาพผู้หญิงในยุคนี้

ความสำคัญของโพรไบโอติกกับสุขภาพผู้หญิง

”โพรไบโอติก” หรือ ”จุลินทรีย์ดี” ได้รับความสนใจและนำมาใช้มากขึ้นทั้งในด้านการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปรับสมดุลระบบนิเวศน์ร่างกาย ช่วยลดจำนวนจุลินทรีย์ไม่ดี และเสริมการทำงานระบบภูมิคุ้มกันนอกจากนี้ โพรไบโอติกยังมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพผู้หญิง โดยช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ดีและค่า pH จุดซ่อนเร้นให้เหมาะสม เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อในช่องคลอดและทางเดินปัสสาวะ และยังช่วยป้องกันการติดเชื้อซ้ำซ้อนในผู้หญิง เพราะไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันทำให้ผู้หญิงเสียสมดุลของช่องคลอดตามธรรมชาติที่อาจนำไปสู่การติดเชื้อในช่องคลอดได้

เสริมอาหารโพรไบโอติกสูตรเฉพาะสำหรับผู้หญิงเพื่อสุขภาพที่ดี

โพรไบโอติกที่ช่วยดูแลสุขภาพผู้หญิงควรจะมีสายพันธ์หลักของระบบเจริญพันธุ์ ระบบทางเดินปัสสาวะ และระบบทางเดินอาหาร ที่มีการศึกษาวิจัยรับรองถึงคุณประโยชน์ เช่น แลคโตบาซิลลัส รามโนซัส (HN001) แลคโตบาซิลลัส แอซิโดฟิลัส (La-14) และแลคโตบาซิลลัส แอซิโดฟิลัส (NCFM) รวมทั้งควรมีปริมาณโพรไบโอติกมากเพียงพอที่จะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น 10.4 พันล้าน ซีเอฟยู/ซอง และมีส่วนผสมของพรีไบโอติกเพื่อเป็นอาหารให้โพรไบโอติกใช้เจริญเติบโต เช่น อินูลิน และฟรุคโตโอลิโกแซคคาไรด์

ภูมิแพ้ทางเดินหายใจ

โรคเกี่ยวกับสุขภาพทางเดินหายใจ โดยเฉพาะโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) พบได้บ่อยในประชากรทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยและเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่ผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยเกิดขึ้นบริเวณเยื่อบุจมูก สิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้นั้นเรียกว่า สารก่อภูมิแพ้ (Allergens) อาการของโรครุนแรงมากน้อยไม่เท่ากัน แต่ที่แน่ๆ คือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย หรือหากรุนแรงก็อาจต้องใช้ยารักษาอาการต่อเนื่องยาวนาน นอกจากยาแล้ว นักวิจัยได้ค้นพบพืชสมุนไพรที่สามารถบรรเทาอาการแพ้ได้ นั่นก็คือ ซินนามอน พิเคา เพรโต และอะเซโรลา เชอร์รี

 


อาการของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

คัดจมูกและจามติดๆ กันหลายครั้ง มีน้ำมูกใส

ส่วนใหญ่จะมีอาการตอนเช้าหรือกลางวัน บางรายจะมีอาการเหล่านี้เป็นนาทีหรืออาจต่อเนื่องเป็นชั่วโมง หลังจากนั้นอาการดังกล่าวจะหายได้เอง

ปวดศีรษะ มีน้ำมูกใสไหลลงคอ เสียงอาจเปลี่ยน และจมูกไม่สามารถรับกลิ่นได้ หูอื้อ เจ็บคอเรื้อรัง อาจมีอาการทางตา เช่น คันตา เคืองตา ตาบวม น้ำตาไหล อันเกิดจากการอักเสบของเยื่อบุภายในตา

ปัจจัยที่ส่งเสริมให้โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้กำเริบ และการดูแลตนเองเบื้องต้น

อากาศเปลี่ยนแปลง หรือร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็วภายหลังจากการอาบน้ำ การสัมผัสสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น ฝุ่น ควันบุหรี่ ควันธูป เป็นต้น

ความเครียดและการอดนอน

การดูแลรักษาตัวเองที่ดีที่สุดคือ พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัส หรือสูดดมสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุของโรคในผู้ป่วย โดยผู้ป่วยจะทราบชนิดของสารก่อภูมิแพ้เหล่านั้นจากผลการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง การรักษาด้วยยาจึงเป็นทางเลือกที่ใช้ทั้งในรูปของการรับประทานหรือในรูปของยาพ่น

 

สารอาหารที่ดูแลสุขภาพจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

ซินนามอน (CINNAMON)

หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “อบเชย” เป็นเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอม ในเปลือกของซินนามอนมีไฟโตนิวเทรียนท์หลากหลายชนิดที่เป็นองค์ประกอบหลัก เช่น กรดซินนามิก (Cinnamic Acids) ซินนามาลดีไฮด์ (Cinnamaldehyde) ยูจีนอล (Eugenol) เอทิล ซินนาเมต (Ethyl Cinnamate) ซินนามอนมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลากหลาย สามารถลดการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาวที่มาจับรวมกลุ่มกันเมื่อเกิดการแพ้ขึ้น ซึ่งจะช่วยให้มีการหลั่งฮีสตามีนน้อยลงและบรรเทาอาการแพ้ที่เกิดขึ้นในที่สุด

พิเคา เพรโต (PICAO PRETO)

มีชื่อเรียกอย่างอื่นว่า “Spanish Needles” เป็นพันธุ์พืชที่ขึ้นในประเทศเขตร้อน ทางการแพทย์แผนโบราณได้นำพืชชนิดนี้มาช่วยรักษาอาการไข้ การอักเสบ ไฟโตนิวเทรียนท์ที่เป็นองค์ประกอบหลักในพิเคา เพรโต เป็นสารเคมีในกลุ่มของฟลาโวนอยด์ เช่น เควอซิทิน (Quercetin) ลูทีโอลิน (Luteolin) เป็นต้น มีการศึกษาถึงฤทธิ์ของเควอซิทินและลูทีโอลินเกี่ยวข้องกับการลดการอักเสบที่สำคัญในหลอดทดลองพบว่า เควอซิทินและลูทีโอลินช่วยลดการหลั่งฮีสตามีนจากมาสต์เซลล์ และเมื่อให้เควอซิทินแก่ผู้ป่วยชาวญี่ปุ่นที่เป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ตลอดปี (Perennial Allergic Rhinitis) ช่วยลดการหลั่งฮีสตามีนจากมาสต์เซลล์ได้ นอกจากนี้ เควอซิทินช่วยยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ ที่มีชื่อว่า ไซโคลออกซีจีเนส (Cyclooxygenase) และไลพอกซีจีเนส (Lipoxygenase) โดยเอนไซม์เหล่านี้จะเปลี่ยนสารเคมีบางชนิดให้เป็นสารกระตุ้นกระบวนการอักเสบเมื่อเกิดการแพ้ขึ้นบริเวณโพรงจมูก

 

อะเซโรลา เชอร์รี (ACEROLA CHERRY)

เป็นพืชที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งทำหน้าที่ร่วมกับวิตามินอีในการต้านอนุมูลอิสระ (Free Radicals) ที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย เมื่อมีการอักเสบจากภูมิแพ้ขึ้นบริเวณโพรงจมูกจะมีกลไกที่เหนี่ยวนำให้มีการสร้างอนุมูลอิสระมากขึ้น ณ บริเวณที่เกิดการอักเสบ หากการสร้างอนุมูลอิสระเพิ่มมากขึ้นจะยิ่งเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบมากตามไปด้วย ดังนั้น ถ้าร่างกายมีวิตามินซีในระดับปกติจะมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระที่เหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบจากภูมิแพ้ได้ นอกจากนั้น วิตามินซีช่วยยับยั้งการหลั่งฮีสตามีนได้เช่นกัน และมีส่วนในการเร่งกระบวนการสลายฮีสตามีนหมดฤทธิ์เร็วขึ้นเมื่อมีอาการแพ้ การดูแลตัวเองเพียงแค่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้พอเพียงเท่านั้นอาจจะยังไม่พอ คุณควรรู้จักป้องกันและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่ออาการเจ็บป่วยต่างๆ รวมทั้งเสริมสร้างสุขภาพด้วยการเสริมสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วย

VISCERAL FAT คืออะไร ป้องกันและกำจัด

 ไม่ให้ลามจนเป็นโรคได้อย่างไร

จะรู้ได้อย่างไร ว่ามีไขมันในช่องท้องเท่าไร

ไขมันในช่องท้อง ไม่สามารถมองเห็นได้เหมือนไขมันใต้ชั้นผิวหนัง บางคนที่ดูผอม มีหน้าท้องที่แบนราบ อาจพบมีไขมันสะสมบริเวณช่องท้องจำนวนมากก็ได้ โดยสามารถตรวจสอบไขมันช่องท้องด้วยตัวเองแบบคร่าวๆ โดยวิธีการง่ายๆ ดังนี้ 3

 


การวัดค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index: BMI) โดยใช้สูตร

BMI = น้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วย (ความสูง (เมตร) ยกกำลัง 2)

โดยหากมีค่าดัชนีมวลกาย มากกว่า 23 แสดงว่ามีภาวะน้ำหนักเกิน และอาจมีไขมันสะสมในช่องท้องจำนวนมาก

การวัดรอบเอว ทำการวัดรอบเอวโดยใช้สายวัดรอบเอวเหนือสะดือ ผู้หญิงที่มีเส้นรอบเอว 35 นิ้วขึ้นไป และผู้ชายที่มีเส้นรอบเอว 40 นิ้วขึ้นไป มีความเสี่ยงที่จะมีไขมันช่องท้อง

สาเหตุของไขมันในช่องท้อง มาจากอะไร

Visceral fat เกิดขึ้นมาได้จากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุหลักเกิดจากการบริโภคอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลเป็นประจำ เช่น ของทอด ขนมหวาน อาหารแปรรูป ขนมปังขัดขาว น้ำอัดลม หรือการกินอาหารในปริมาณที่มากเกินความต้องการของร่างกาย รวมทั้งผู้ที่ไม่ออกกำลังกายเป็นประจำ หรือผู้ที่มีปัญหาของระบบเผาผลาญจากสาเหตุต่างๆ ทำให้จนร่างกายไม่สามารถเผาผลาญไขมันส่วนเกินออกไปได้หมด จึงเกิดการสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งบริเวณช่องท้องรอบอวัยวะต่างๆ ด้วย



เมื่อต้องออกไปทำงาน เรียน หรือจัดการธุระต่าง ๆ นอกบ้าน หลายครั้งก็ต้องเลือกกินเมนูอาหารจานเดียวนอกบ้านที่สะดวก ง่าย รวดเร็ว ให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เร่งรีบ เพราะร่างกายของเราต้องการอาหารในปริมาณที่เหมาะสม สำหรับการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ เข้าซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอพร้อมเสริมสร้างความแข็งแรง เราขอแนะนำวิธีใส่ใจอาหารการกินและเคล็ดลับเพื่อเลือกสรรจานอาหารสุขภาพ อุดมคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและเหมาะสมแม้อยู่นอกบ้านได้ง่าย ๆ คือ

  • ครบ 5 หมู่ทุกมื้อ : เลือกเมนูที่มีสารอาหารครบถ้วนในจานเดียว สลับสับเปลี่ยนเมนูให้หลากหลาย ไม่จำเจ
     
  • ทำสดใหม่ สะอาด : เลือกอาหารที่มั่นใจในความสะอาด ปรุงสดใหม่ เน้นกรรมวิธีการทำอาหารโดยการต้ม, ลวก หรือนึ่ง แทนการทอดหรือผัดเพื่อลดปริมาณไขมันลง

  • ปริมาณพอเหมาะ : กินอาหารในปริมาณที่เหมาะสมและสมดุลกับความต้องการ โดยปริมาณแคลอรีที่ร่างกายต้องการ คือ ผู้ชายประมาณ 2,000 กิโลแคลอรี/วัน, ผู้หญิงหรือผู้สูงอายุประมาณ 1,600 กิโลแคลอรี/วัน

  • สัดส่วน 2:1:1 :  กินอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสม ใน 1 จาน ควรมีอัตราของ กลุ่มผัก ในปริมาณครึ่งจาน หรือประมาณ 2 ทัพพีต่อมื้อ : กลุ่มข้าวหรือแป้ง ในปริมาณ ¼ หรือประมาณ 1 ทัพพี : กลุ่มเนื้อสัตว์ ในปริมาณ ¼ หรือประมาณ 1 ทัพพี

วิธีการสั่งเมนูอาหารจานเดียวสุดฮิต ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ตามหลักโภชนาการที่เหมาะสม ตอบโจทย์สุขภาพแข็งแรง


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

แบ่งปันและช่วยเหลือคนทุกคนด้วยความสุขใจ

สู่อิสรภาพแห่งชีวิตที่ไร้กังวล

ธุรกิจของคุณ 100%