ลงมือปฎิบัติเพือทำให้สุขภาพของคุณแข็งแรง
สุขภาพแข็งแรงได้อย่างไร เรียนรู้แล้วลงมือทำ สะสมความสำเร็จทุกวัน
ศึกษาความรู้แล้วให้ความรู้กั
5 วิธีดูแลสุขภาพ ทำแล้วชีวิตดีขึ้น
ในทุกๆ วัน ล้วนเป็นโอกาสในการดูและสุขภาพให้แข็งแรง แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและหันมาใส่ใจตัวเองด้วย วิธีดูแลสุขภาพ ที่เหมาะสม วันนี้ขอนำเสนอเทคนิคการดูแลสุขภาพดี ๆ ทำตามได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก แต่สร้างความแข็งแรงให้ร่างกายและใจอย่างแน่นอน
1.พักผ่อนให้เพียงพอการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอและมีความสุข เป็นส่วนหนึ่งของการมีสุขภาพจิตใจ และสุขภาพร่างกายที่ดีและแข็งแรง ทางที่ดีควรนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง ต่อวัน เพื่อให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายสามารถทำงานได้อย่างปกติ เพราะร่างกายจะได้รับการซ่อมแซมและฟื้นฟูอย่างเต็มที่
2.ออกกำลังกายการออกกำลังกายช่วยทำให้ สุขภาพดี ได้มากกว่าที่คิด เพราะช่วยให้ร่างกายสดใสแข็งแรง พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันให้ดียิ่งขึ้นและห่างไกลจากโรคภัยอีกด้วย
3.เลือกรักประทานอาหารอาหาร ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญต่อร่างกาย เราควรเลือกรับประทานของดีมีประโยชน์ในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยให้สารอาหารเข้าไปพัฒนาและซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ และควรลดอาหารที่มีไขมันเยอะ
4.ดื่มน้ำให้มาก น้ำ คือส่วนประกอบที่สำคัญในร่างกาย ในระหว่างวัน เราสูญเสียพลังงานและน้ำไปกับการทำกิจกรรมต่าง ควรดื่มน้ำระหว่างวันให้เพียงพอ ผู้หญิงควรดื่ม 8-9 แก้วต่อวัน และผู้ชายควรดื่ม 12-13 แก้วต่อวัน น้ำจะเข้าไปปรับสมดุลการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย และยังทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้น
5.พักสายตาจากการเสพสื่อโซชียลการจ้องจอสมาร์ตโฟน จอทีวี หรือจอคอมพิวเตอร์ เพื่อเสพสื่อโซเชียล จะส่งผลให้กล้ามเนื้อดวงตาเมื่อยล้า ตาแห้ง ดังนั้นเราควรพักสายตาเป็นระยะ โดยการหันไปมองวิวข้างนอก ก็จะช่วยให้ทำให้สดชื่นและลดอาการล้าจากดวงตาได้เพราะสุขภาพที่ดี ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในวันเดียว ใครที่อยากมีสุขภาพดีต้องหมั่นดูแลด้วย 5 วิธีนี้กันนะคะ และการวางแผนสุขภาพของตนเอง และคนที่คุณรักจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เสริมความปลอดภัยเพิ่มความอุ่นใจด้วย ประกันสุขภาพเมืองไทยจัดหนัก หมดห่วงยามเจ็บป่วย และช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาฯ ไม่เป็นภาระของคนข้างหลัง
โพรไบโอติก…ตัวช่วยดูแลสุขภาพผู้หญิงในยุคนี้
ความสำคัญของโพรไบโอติกกับสุขภาพผู้หญิง
”โพรไบโอติก” หรือ ”จุลินทรีย์ดี” ได้รับความสนใจและนำมาใช้มากขึ้นทั้งในด้านการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปรับสมดุลระบบนิเวศน์ร่างกาย ช่วยลดจำนวนจุลินทรีย์ไม่ดี และเสริมการทำงานระบบภูมิคุ้มกันนอกจากนี้ โพรไบโอติกยังมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพผู้หญิง โดยช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ดีและค่า pH จุดซ่อนเร้นให้เหมาะสม เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อในช่องคลอดและทางเดินปัสสาวะ และยังช่วยป้องกันการติดเชื้อซ้ำซ้อนในผู้หญิง เพราะไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันทำให้ผู้หญิงเสียสมดุลของช่องคลอดตามธรรมชาติที่อาจนำไปสู่การติดเชื้อในช่องคลอดได้
เสริมอาหารโพรไบโอติกสูตรเฉพาะสำหรับผู้หญิงเพื่อสุขภาพที่ดี
โพรไบโอติกที่ช่วยดูแลสุขภาพผู้หญิงควรจะมีสายพันธ์หลักของระบบเจริญพันธุ์ ระบบทางเดินปัสสาวะ และระบบทางเดินอาหาร ที่มีการศึกษาวิจัยรับรองถึงคุณประโยชน์ เช่น แลคโตบาซิลลัส รามโนซัส (HN001) แลคโตบาซิลลัส แอซิโดฟิลัส (La-14) และแลคโตบาซิลลัส แอซิโดฟิลัส (NCFM) รวมทั้งควรมีปริมาณโพรไบโอติกมากเพียงพอที่จะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น 10.4 พันล้าน ซีเอฟยู/ซอง และมีส่วนผสมของพรีไบโอติกเพื่อเป็นอาหารให้โพรไบโอติกใช้เจริญเติบโต เช่น อินูลิน และฟรุคโตโอลิโกแซคคาไรด์
ภูมิแพ้ทางเดินหายใจ
โรคเกี่ยวกับสุขภาพทางเดินหายใจ
โดยเฉพาะโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) พบได้บ่อยในประชากรทั่วโลก
รวมถึงในประเทศไทยและเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย
เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่ผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยเกิดขึ้นบริเวณเยื่อบุจมูก
สิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้นั้นเรียกว่า สารก่อภูมิแพ้ (Allergens)
อาการของโรครุนแรงมากน้อยไม่เท่ากัน แต่ที่แน่ๆ
คือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย
หรือหากรุนแรงก็อาจต้องใช้ยารักษาอาการต่อเนื่องยาวนาน นอกจากยาแล้ว
นักวิจัยได้ค้นพบพืชสมุนไพรที่สามารถบรรเทาอาการแพ้ได้ นั่นก็คือ ซินนามอน พิเคา
เพรโต และอะเซโรลา เชอร์รี
อาการของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้
คัดจมูกและจามติดๆ กันหลายครั้ง มีน้ำมูกใส
ส่วนใหญ่จะมีอาการตอนเช้าหรือกลางวัน
บางรายจะมีอาการเหล่านี้เป็นนาทีหรืออาจต่อเนื่องเป็นชั่วโมง
หลังจากนั้นอาการดังกล่าวจะหายได้เอง
ปวดศีรษะ มีน้ำมูกใสไหลลงคอ เสียงอาจเปลี่ยน
และจมูกไม่สามารถรับกลิ่นได้ หูอื้อ เจ็บคอเรื้อรัง อาจมีอาการทางตา เช่น คันตา
เคืองตา ตาบวม น้ำตาไหล อันเกิดจากการอักเสบของเยื่อบุภายในตา
ปัจจัยที่ส่งเสริมให้โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้กำเริบ
และการดูแลตนเองเบื้องต้น
อากาศเปลี่ยนแปลง
หรือร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็วภายหลังจากการอาบน้ำ
การสัมผัสสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น ฝุ่น ควันบุหรี่
ควันธูป เป็นต้น
ความเครียดและการอดนอน
การดูแลรักษาตัวเองที่ดีที่สุดคือ
พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัส หรือสูดดมสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุของโรคในผู้ป่วย โดยผู้ป่วยจะทราบชนิดของสารก่อภูมิแพ้เหล่านั้นจากผลการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง
การรักษาด้วยยาจึงเป็นทางเลือกที่ใช้ทั้งในรูปของการรับประทานหรือในรูปของยาพ่น
สารอาหารที่ดูแลสุขภาพจมูกอักเสบจากภูมิแพ้
ซินนามอน (CINNAMON)
หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “อบเชย” เป็นเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอม ในเปลือกของซินนามอนมีไฟโตนิวเทรียนท์หลากหลายชนิดที่เป็นองค์ประกอบหลัก เช่น กรดซินนามิก (Cinnamic Acids) ซินนามาลดีไฮด์ (Cinnamaldehyde) ยูจีนอล (Eugenol) เอทิล ซินนาเมต (Ethyl Cinnamate) ซินนามอนมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลากหลาย สามารถลดการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาวที่มาจับรวมกลุ่มกันเมื่อเกิดการแพ้ขึ้น ซึ่งจะช่วยให้มีการหลั่งฮีสตามีนน้อยลงและบรรเทาอาการแพ้ที่เกิดขึ้นในที่สุด
พิเคา เพรโต (PICAO PRETO)
มีชื่อเรียกอย่างอื่นว่า “Spanish
Needles” เป็นพันธุ์พืชที่ขึ้นในประเทศเขตร้อน
ทางการแพทย์แผนโบราณได้นำพืชชนิดนี้มาช่วยรักษาอาการไข้ การอักเสบ
ไฟโตนิวเทรียนท์ที่เป็นองค์ประกอบหลักในพิเคา เพรโต
เป็นสารเคมีในกลุ่มของฟลาโวนอยด์ เช่น เควอซิทิน (Quercetin) ลูทีโอลิน
(Luteolin) เป็นต้น
มีการศึกษาถึงฤทธิ์ของเควอซิทินและลูทีโอลินเกี่ยวข้องกับการลดการอักเสบที่สำคัญในหลอดทดลองพบว่า
เควอซิทินและลูทีโอลินช่วยลดการหลั่งฮีสตามีนจากมาสต์เซลล์
และเมื่อให้เควอซิทินแก่ผู้ป่วยชาวญี่ปุ่นที่เป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ตลอดปี (Perennial
Allergic Rhinitis) ช่วยลดการหลั่งฮีสตามีนจากมาสต์เซลล์ได้
นอกจากนี้ เควอซิทินช่วยยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ ที่มีชื่อว่า ไซโคลออกซีจีเนส
(Cyclooxygenase) และไลพอกซีจีเนส (Lipoxygenase) โดยเอนไซม์เหล่านี้จะเปลี่ยนสารเคมีบางชนิดให้เป็นสารกระตุ้นกระบวนการอักเสบเมื่อเกิดการแพ้ขึ้นบริเวณโพรงจมูก
อะเซโรลา เชอร์รี (ACEROLA CHERRY)
เป็นพืชที่อุดมไปด้วยวิตามินซี
ซึ่งทำหน้าที่ร่วมกับวิตามินอีในการต้านอนุมูลอิสระ (Free Radicals) ที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย
เมื่อมีการอักเสบจากภูมิแพ้ขึ้นบริเวณโพรงจมูกจะมีกลไกที่เหนี่ยวนำให้มีการสร้างอนุมูลอิสระมากขึ้น
ณ บริเวณที่เกิดการอักเสบ หากการสร้างอนุมูลอิสระเพิ่มมากขึ้นจะยิ่งเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบมากตามไปด้วย
ดังนั้น
ถ้าร่างกายมีวิตามินซีในระดับปกติจะมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระที่เหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบจากภูมิแพ้ได้
นอกจากนั้น วิตามินซีช่วยยับยั้งการหลั่งฮีสตามีนได้เช่นกัน
และมีส่วนในการเร่งกระบวนการสลายฮีสตามีนหมดฤทธิ์เร็วขึ้นเมื่อมีอาการแพ้
การดูแลตัวเองเพียงแค่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
พักผ่อนให้พอเพียงเท่านั้นอาจจะยังไม่พอ
คุณควรรู้จักป้องกันและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่ออาการเจ็บป่วยต่างๆ
รวมทั้งเสริมสร้างสุขภาพด้วยการเสริมสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วย
VISCERAL FAT คืออะไร ป้องกันและกำจัด
ไม่ให้ลามจนเป็นโรคได้อย่างไร
จะรู้ได้อย่างไร ว่ามีไขมันในช่องท้องเท่าไร
ไขมันในช่องท้อง
ไม่สามารถมองเห็นได้เหมือนไขมันใต้ชั้นผิวหนัง บางคนที่ดูผอม มีหน้าท้องที่แบนราบ
อาจพบมีไขมันสะสมบริเวณช่องท้องจำนวนมากก็ได้
โดยสามารถตรวจสอบไขมันช่องท้องด้วยตัวเองแบบคร่าวๆ โดยวิธีการง่ายๆ ดังนี้ 3
การวัดค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index: BMI) โดยใช้สูตร
BMI = น้ำหนัก
(กิโลกรัม) หารด้วย (ความสูง (เมตร) ยกกำลัง 2)
โดยหากมีค่าดัชนีมวลกาย มากกว่า 23
แสดงว่ามีภาวะน้ำหนักเกิน และอาจมีไขมันสะสมในช่องท้องจำนวนมาก
การวัดรอบเอว
ทำการวัดรอบเอวโดยใช้สายวัดรอบเอวเหนือสะดือ ผู้หญิงที่มีเส้นรอบเอว 35 นิ้วขึ้นไป
และผู้ชายที่มีเส้นรอบเอว 40 นิ้วขึ้นไป มีความเสี่ยงที่จะมีไขมันช่องท้อง
สาเหตุของไขมันในช่องท้อง มาจากอะไร
Visceral fat
เกิดขึ้นมาได้จากหลายสาเหตุ
โดยสาเหตุหลักเกิดจากการบริโภคอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลเป็นประจำ เช่น ของทอด
ขนมหวาน อาหารแปรรูป ขนมปังขัดขาว น้ำอัดลม
หรือการกินอาหารในปริมาณที่มากเกินความต้องการของร่างกาย
รวมทั้งผู้ที่ไม่ออกกำลังกายเป็นประจำ
หรือผู้ที่มีปัญหาของระบบเผาผลาญจากสาเหตุต่างๆ
ทำให้จนร่างกายไม่สามารถเผาผลาญไขมันส่วนเกินออกไปได้หมด
จึงเกิดการสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งบริเวณช่องท้องรอบอวัยวะต่างๆ ด้วย
เมื่อต้องออกไปทำงาน เรียน หรือจัดการธุระต่าง ๆ นอกบ้าน หลายครั้งก็ต้องเลือกกินเมนูอาหารจานเดียวนอกบ้านที่สะดวก ง่าย รวดเร็ว ให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เร่งรีบ เพราะร่างกายของเราต้องการอาหารในปริมาณที่เหมาะสม สำหรับการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ เข้าซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอพร้อมเสริมสร้างความแข็งแรง เราขอแนะนำวิธีใส่ใจอาหารการกินและเคล็ดลับเพื่อเลือกสรรจานอาหารสุขภาพ อุดมคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและเหมาะสมแม้อยู่นอกบ้านได้ง่าย ๆ คือ
- ครบ 5 หมู่ทุกมื้อ : เลือกเมนูที่มีสารอาหารครบถ้วนในจานเดียว สลับสับเปลี่ยนเมนูให้หลากหลาย ไม่จำเจ
ทำสดใหม่ สะอาด : เลือกอาหารที่มั่นใจในความสะอาด ปรุงสดใหม่ เน้นกรรมวิธีการทำอาหารโดยการต้ม, ลวก หรือนึ่ง แทนการทอดหรือผัดเพื่อลดปริมาณไขมันลง
ปริมาณพอเหมาะ : กินอาหารในปริมาณที่เหมาะสมและสมดุลกับความต้องการ โดยปริมาณแคลอรีที่ร่างกายต้องการ คือ ผู้ชายประมาณ 2,000 กิโลแคลอรี/วัน, ผู้หญิงหรือผู้สูงอายุประมาณ 1,600 กิโลแคลอรี/วัน
สัดส่วน 2:1:1 : กินอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสม ใน 1 จาน ควรมีอัตราของ กลุ่มผัก ในปริมาณครึ่งจาน หรือประมาณ 2 ทัพพีต่อมื้อ : กลุ่มข้าวหรือแป้ง ในปริมาณ ¼ หรือประมาณ 1 ทัพพี : กลุ่มเนื้อสัตว์ ในปริมาณ ¼ หรือประมาณ 1 ทัพพี
วิธีการสั่งเมนูอาหารจานเดียวสุดฮิต ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ตามหลักโภชนาการที่เหมาะสม ตอบโจทย์สุขภาพแข็งแรง
.jpg)

.jpg)




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น